ความเข้าใจการปฎิบัติด้าน “ศาสนพิธี” ในอิสลาม

มีหลายคนยังเข้าใจว่าการประกอบ “ศาสนพิธี” หรือ “อีบาดะฮ์”  จำเป็นต้องยึดติดกับ “การปฏิบัติของบรรพบุรุษ” หรือ “ความคิดเห็น-คำวินิจฉัยของผู้รู้ (อูลามะฮ์)” ก็เพียงพอและถูกต้อง ความเข้าใจลักษณะนี้ได้ซึมซับลงไปใน “จิตใต้สำนึก” ของมุสลิมหลายคน จนยากที่จะศึกษาและเข้าใจถึง “โครงสร้างพื้นฐาน” ในการปฎิบัติศาสนกิจของไทยมุสลิม

หลักการพื้นฐานของศาสนพิธีในทุกศาสนามีความคล้ายคลึงกันในแ่ง่ของ”ความคงที่”ของการปฎิบัติศาสนพิธี เช่น พิธีกรรมการสวด การเคารพบูชาพระเจ้า/สิ่งศักดิ์สิทธ์ เป็นสิ่งที่”คงอยู่” ตั้งแต่การเกิดศาสนาใดศาสนาหนึ่งมาจนถึงปัจจุบัน และพิธีกรรมเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นในการพัฒนาตามกาลเวลาและสถานที่

ในอิสลาม หลักการในการทำความเข้าใจ “การประกอบศาสนพิธี” หรือเราอาจจะเรียกว่า ศาสนกิจ หรือ “อีบาดะฮ์ ล้วนเป็นตัวแทนความเ้ข้าใจเดียวกัน หลักการนี้คือ การอ้างอิงไปสู่ “ตัวบทดั้งเดิม” และทำความเข้าใจตัวบทนั้นๆ จากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) บรรดาสาวกของท่าน และจากบรรดาผู้รู้ (อูลามะฮ์) ทั้งหลาย

อีกประการหนึ่ง การปฎิบัติด้านศาสนพิธี/อีบาดะฮ์ เป็นสิ่งที่ “คงที่” “ไม่เปลี่ยนแปลง” “ไม่ต้องการการคิดค้นใหม่ๆ” “ไม่ต้องพัฒนา” และยึดติดกับการปฎิบัติเหมือนดั่งการปฎิบัติของศาสดาเท่านั้น ดังนั้น ไม่ว่าการปฎิบัติอะไรก็ตามที่เป็น “ศาสนพิธี” เช่น การละหมาด การขอพร การถือศีลอด การทำฮัจย์ จำเป็นต้องย้อนกลับไปมองที่ “ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)” หรือ “ตัวบท” ว่าด้วยการปฎิบัติศาสนกิจ หาใช่การอ้างไปสู่ “บรรดาผู้รู้ (อูลามะฮ์) เท่านั้น”

อยากจะเสริมประเด็นเืรื่อง อูลามะฮ์ เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างขึ้น เราต้องเข้าใจว่า “สถานะ” หรือ “บทบาท” ของ อูลามะฮ์ คือ หนึ่งใน “เครื่องมือ” ในการทำความเข้าใจการปฎิบัติของท่านศาสดา …เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของ “วิธีการ” “กระบวนการ” หรือ “วิถี” (Means) ในการเข้าใจ ไม่ใช่ “ผลลัพธ์” “เป้าหมาย” “เจตนารมณ์” หรือ “ข้อสรุป” (Ends) ของกระบวนการทำความเข้าใจ ดังนั้นเราไม่สามารถยึดติดกับ “ข้อคิดเห็น” “ทัศนะคติ” หรือ “คำวินิจฉัย” (Fatwa, Ijtihad) ของบรรดาผู้รู้คนหนึ่งคนใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดได้ หากแต่เราต้อง “เปิดหูเปิดตา” ในการทำความเข้าใจแบบ”องค์ประกอบรวม” ด้วยการเข้าใจ “เป้าหมายของตัวบท” และ “เจตนารมณ์ของพระเจ้า” ไปพร้อมๆ กัน และนั่นจะเป็นวิธีองค์รวมที่สอดคล้องกับหลักการและเป้าหมายการมีอยู่ของอิสลามที่เป็นสากล

สุดท้ายนี้ จึงขอนำมาซึ่งข้อสรุปดังต่อไปนี้

  1. การปฎิบัติศาสนพิธี เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในยุคไหน สถานที่ใดก็ตาม
  2. ในการปฎิบัติศาสนกิจ “วิธีการ” และ “เป้าหมาย” เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า อุตริกรรม หรือ “บิดอะฮ์”
  3. หลักฐานการอ้างอิงและการปฎิบัติ จำต้องย้อนกลับไปสู่ อัลกุรอานและการปฎิบัติหรือแบบอย่างของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เท่านั้น
  4. การอ้างอิงการวินัจฉัย (อิจตีฮาด) ของบรรดาผู้รู้ ไม่ใช่ “ข้อยุิติ” ในปัญหาด้านอิบาดะฮ์ (ศาสนพิธี) เพราะการอนุญาติด้านพิธีกรรมทางศาสนาต้องมาจาก “พระเจ้า (อัลลอฮ์)” และ ท่านศาสดา เท่านั้น
  5. การอนุญาติให้กระทำที่มาจากบรรดาผู้รู้ทั้งหลายในด้านศาสนพิธี ไม่สามารถนำมาเป็น “กฎเกณฑ์” หรือ “กฎทั่วไป” ในการอนุญาติในปฎิบัติได้ แต่อาจจะเป็นการอนุญาติเป็น “รายเฉพาะ” หรือเป็น “กฎแบบแยกส่วน” หรือ  “กฎเฉพาะด้าน” ในการแก้ใขปัญหาหรืออุปสรรคในการปฎิบัติศาสนกิจในบางท้องที่/เวลา/สถานการณ์ เท่านั้น และไม่ได้เป็น “กฎเกณฑ์” แต่อย่างใด

หมายเหตุ ที่กล่าวมาเป็นการกรองมาจาก “ตัวบท” และสามารถย้อนกลับถึงการปฎิบัติและเข้าใจที่ชัดเจนของบรรดาคอลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรมทั้งสี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความเข้าใจของท่านอุมัร (คอลีฟะฮ์คนที่ ๒)

ตัวบทหลักฐานจะนำมาเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

ด้วยสลาม

Advertisements

Leadership

Talking about leadership is not an easy thing. It’s because it does not have any concise and consensus definition on what is it really meant, though we do have scholars who try to explain it from an academic perspective, but still there is no one concrete definition. Also, it’s because it encompasses numerous scopes and dimensions. For instance, leadership is not only about leader trait, talents, and characters, but it also includes the feeling and relationship between leaders and follows outside the scope of the job that both are trying to accomplish. It’s also includes environment in which leaders and follows are living. It’s because environment determines culture and the way of doing things. Thus, in a pluralistic society where people do have different ways of doing things, it cause people to perceive thing differently as well. That’s several reasons why the concept of leadership is hardly defined.

To take a role of leadership, sometime context is really matter. In some society where majority of people is used to authoritarian regime, leadership trend has to be greatly decisive, despotic and firm. In this sense people do not need democratic leader who are likely to collect opinions from all parties. It’s because of many reasons. First, it takes a lot of time to arrive at conclusion. Second, people will fight for their opinions. Third, it will lead to an anarchy. Fourth, they will think that leader is useless and weak. Hence, the leadership is really a dynamic and progressive process in which the leader really have to learn from environment, and other people, and adjust and form a new organizational culture within the work place. So that, some of the objectives might be accomplished with a satisfying outcome.

Football & inspiration

When we start forming a team to play football, there is a doubt that our team can be successful or not. Sometime we tend to forget that while we are forming a team there are so many things happening and teaching us how to understand the world from different angles. We also tend to forget that our objective is not justified by our final result only. Along the way we build the team, which is a mixture of people from different cultures, nationlities, languages, and educational backgrounds, it inspires so many things for people who realize. But one thing that I am quite sure about is it gonna be a part of our beautiful memory.

QFIS football team 2011

Attendance sheet

Islam and Secularism- Attas

“Inspiration”

Talking about an inspiration, it is difficult to say where does actually it come from. For some, inspiration comes from just simply what they call a ‘nature’. It is because they believe that a nature is the source of the nature. It’s created by itself. It runs by its system. It’s sustained by the consistency of the system. It’s changed by the command of the nature. And it will be ended by the will of the nature. Thus, the concept of inspiration is, for some, emerged from our ignorance of what we cannot see, touch, hear, and smell.  But out of that, inspiration is what we all can feel. We feel it in the way that there is no scientific explanation can prove that it is the truth. Inspiration does not need a prove to justify the existence of itself though. It is because inspiration is the gift that is revealed to mankind regardless of religion, gender, race, color, and social status. Inspiration has brought a significant change in our history of mankind. Inspiration is the means of its Owner to guide mankind to the right path. Inspiration is the catalyst for human development in every nation on earth. Inspiration thus should have come from where we human being are from. Inspiration thus should have come from the Entity that is the source of the natural system. Inspiration thus should have come from the above nature. Inspiration thus should have come from the Owner of human beings. Inspiration is thus the source of social, political, and economic progress. we believe that without inspiration there will be a world without prosperity and peace.

With an inspiration we move forward.

حكم الراشد

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 2 other followers

หมวดหมู่